เว็บHYIP คืออะไร?

เว็บHYIP คืออะไร?

HYIP ย่อมาจาก High Yield Investment Program   หมายถึง การลงทุนผลตอบแทนสูง ซึ่งแน่นอนว่า ผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนอื่นๆ ย่อมมีความเสี่ยงสูงความการลงทุนอื่นๆ เช่นกัน โดย HYIP จะถูกสร้างขึ้นในรูปแบบของ Website ที่ทำหน้าที่รับฝากเงินจากสมาชิก และจะจ่ายผลตอบแทนตามอัตราที่เว็บกำหนด

ซึ่งในปัจจุบันนี้โลก internet ขยายวงออกกว้างมากขึ้นทำให้มีคนสนใจที่จะ หาเงินเพิ่มกับเว็บเหล่านี้
เพราะเห็นว่า ได้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง ถึงแม้ความความเสี่ยงจะสูงก็ตาม

ลักษณะของผลตอบแทนจาก HYIP

HYIP ส่วนมากจะกำหนดเปอร์เซ็นต์การจ่ายออกเป็น 2 แบบ คือ

1. แบบรายวัน (Daily)  โดยเว็บจะจ่ายผลตอบแทนตามอัตรา ให้เราทุกวันซึ่งเราสามารถกดเบิกได้ตามข้อกำหนดของเว็บ ซึ่งในปัจจุบันนี้มีการจ่ายผลตอบแทนกันเป็น ชัวโมงต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

2. แบบเป็นรอบ (after N days) ลักษณะนี้เว็บจะจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินทุนให้เราเมื่อครบกำหนดรอบวันที่ กำหนด ซึ่งมักจะอยู่ในช่วงตั้งแต่ 3 วัน 5 วัน 7 วัน 1 เดือน ไปจนถึง 1 ปี


ถ้าคุณคิดที่จะเล่นฮิปแล้ว เพื่อไม่ให้เงินของคุณเสียเปล่า ต้องลองอ่านข้างล่างนี้ก่อนนะคะ ต้องจำไว้เลยเสมอว่า "ฮิปก็เหมือนกับเกมส์ ถ้ามันปิดหนี เกมส์ก็จบ" แล้วเราจะทำยังไงให้ได้กำไรจากฮิป ง่ายๆ เลยค่ะ

1. ให้ดูวันที่เว็บเปิดตัวว่าเข้าเริ่มดำเนินการเมื่อไร โดยดูการจดทะเบียนของเว็บที่ www.whois.sc โดยพิมพ์ชื่อเว็บไซด์ลงไปจะเห็นข้อมูลจดทะเบียนของเว็บโดย หรือ http://www.scamadviser.com


     1.1 ดูวันจดทะเบียนเว็บว่า เปิดวันไหน เว็บหมดอายุวันไหน
     1.2 ดู billing address หรือ address ต่างๆในเว็บ whois.sc แล้วเอาไปเปรียบเทียบกับที่อยู่ที่อยู่หน้าเว็บ ว่าตรงกันหรือไม่ 

2. ดู Rating จากเว็บ Hyip Monitor ต่างๆ โดยดูที่สถานะการจ่าย Paid

3. ดูผลตอบแทนและหลักการเอาเงินไปลงทุนของเว็บ

     3.1 เว็บ Hyip ก็เสมือนกองทุนดีดีนี่เองโดยระดมทุนเราไป แล้วเอาไปลงทุนต่อส่วนมากจะเจอในตลาด ทองคำ Forex หุ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถทำได้จริงโดยสิ่งเหล่านี้จะได้ให้ตอบแทนที่มากพอสมควร โดยเฉพาะทองคำกับ Forex

     3.2 หลักการจ่ายผลตอบแทนโดยส่วนมากแล้วการทำกำไรในตลาดต่างๆ จะประมาณได้ดังนี้ ตลาดหุ้น วันละ 3-5% ก็หรูแล้ว ตลาดทองคำและ Forex พวกนี้สามารถทำกำไรได้อย่างต่ำๆ 10-20% ได้ค่ะ เพราะฉะนั้นการที่เว็บจะจ่ายผลตอบแทนสูงๆ เกิน 10% ขึ้นไปพวกนี้ยากค่ะที่จะไม่โกง

     3.3 ผลตอบแทนที่ 0.5-3% เว็บพวกนี้ค่อนข้างที่มีความน่าเชื่อที่ (ตามข้อ 3.2) เพราะเค้าจะสามารถได้ส่วนต่างจากการทำกำไรได้จริงกับผลตอบแทนที่จะจ่ายให้ กับลูกค้า 

การเล่นฮิปก็เหมือนการเล่นหวย มีได้มีเสีย อยู่ที่จังหวะ


ข้อเเนะนำ การลงทุนกับ Hyip ไม่มีใครการันตีได้ว่าจะอยู่ ได้นานแค่ไหน การลงทุนทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยง โดยเฉพาะ Passive online ย่อมมีความเสี่ยงที่สูงเป็นธรรมดา เเม้จะวิเคราะห์มาดีเเค่ไหน ยังไงก็ยังมีความเสี่ยง ดังนั้นจำเป็นต้องยอมรับความเสี่ยงให้ได้ก่อนลงทุน เเละบริหารทุนของตัวเองให้ดีๆ ค่ะ

ข้อแนะนำ เมื่อลงทุนไปแล้วควรเก็บเอาทุนคืนก่อน แล้วค่อยนำผลกำไรมาลงเพิ่มหรือนำไปเล่นตัวอื่นอีกเพื่อที่จะรักษาเงินทุนเอาไว้ค่ะ

5 วิธีทำให้รวยเร็ว

5 วิธีทำให้รวยเร็ว
ความฝันหนึ่งของคนที่ทำงานประจำคืออยากมีเงินเก็บเยอะๆ อย่างน้อยควรจะมีเงินเก็บสัก 10 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อจะได้อยู่อย่างสบายๆหลังเกษียณอายุ แล้วจะมีวิธีอะไรที่ทำให้หาเงินได้ 10 ล้านบาทโดยไม่ได้ทำผิดกฎหมาย วันนี้เราจึงมี 5 วิธีทำให้รวยเร็วมาฝาก
1. เป็นเจ้าของกิจการ ใครๆก็รู้ว่าการเป็นเจ้าของกิจการ ย่อมต้องมีรายได้ดีกว่าทำงานประจำอยู่แล้ว แต่ความยากมันอยู่ตรงที่จะทำธุรกิจอะไร และทำอย่างไรให้ธุรกิจนั้นอยู่รอดและมีกำไรนี่สิเรื่องใหญ่ ซึ่งเรามีคำแนะนำคือ
  - สำรวจดูว่ามีงานอดิเรกหรือความชำนาญอะไรเป็นพิเศษ เช่น ทำขนม ทำอาหาร ความเก่งในสิ่งพวกนี้อาจนำมาสู่การดำเนินธุรกิจขนาดย่อมๆก็ได้
  - มองดูรอบๆ ตัว เช่นในชุมชน มีบริการอะไรบ้างที่คนในชุมชนต้องการ เช่น มีเด็กเล็กๆ ที่พ่อแม่อยากจะได้พี่เลี้ยงมาดูแล เรื่องเหล่านี้สามารถนำมาทำเป็นธุรกิจได้  
  - คำนวณดูว่าถ้าต้องเริ่มทำธุรกิจต้องใช้เงินสักเท่าไหร่
  - ทำธุรกิจต้องคิดด้วยว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้คนอื่นทราบ อาจจะเป็นการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ 
2. เป็นผู้บริหารระดับสูง วิธีนี้อาจจะต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะประสบการณ์ และต้องพบกับการแข่งขันที่สูงมาก เพราะคนทำงานประจำก็เหมือนกับพีระมิด ที่ตรงยอดจะเล็กแต่ฐานใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ คุณสามารถทำได้ถ้ามีความพยายามในการพัฒนาตัวเอง ทั้งเรื่องความรู้ บุคลิกภาพ ความเป็นผู้นำ หาความถนัดของตัวเองให้เจอ คุณก็มีโอกาสที่จะได้รับเงินเดือนสูงๆ ซึ่งผู้บริหารที่มีฝีมือจริง สามารถสร้างผลงานจนได้รับความไว้ใจจากผู้ถือหุ้น จนขึ้นไปเป็นเบอร์หนึ่ง เบอร์สองของบริษัทสามารถทำรายได้ปีละ 5-10 ล้านบาทได้อย่างสบาย
3. เป็นนักขายตรง เมื่อเอ่ยถึงขายตรง หลายคนอาจเบือนหน้าหนี แต่ความจริงแล้วการขายตรง เช่นประกันชีวิต สามารถสร้างคนที่ไม่มีอะไร ให้ขึ้นมามีทุกอย่างได้จริง และเป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถสูงมาก งานขายตรงอย่างประกันชีวิต เครื่องสำอางหรือยาชูกำลังสารพัด มักได้ค่านายหน้าประมาณ 30% ส่วนผู้บริหารทีมงานจะได้ค่าบริหารประมาณ 30% ของค่านายหน้าของลูกทีมอีกที ซึ่งจะตกประมาณ 10%ของยอดขายสินค้ารวม ถ้าทีมงานสร้างยอดขายต่อปีได้ถึง 100 ล้านบาท ผู้บริหารทีมงานก็จะมีรายได้ถึง 10 ล้านบาทต่อปีทีเดียว 
4. เป็นนักวิชาชีพผู้ประสบความสำเร็จ วิชาชีพเฉพาะทางก็สามารถสร้างความร่ำรวยได้เช่นกัน เช่นแพทย์เฉพาะทาง ,ทนายความ ,สถาปนิก, ศิลปิน อาชีพเหล่านี้ถ้ามีผลงานโดดเด่นและมีฝีมือจริง รายได้จะสูงมาก  
5. เป็นนักลงทุน ข้อนี้สามารถทำได้แม้จะเป็นพนักงานประจำ แต่ต้องฉลาดในการเลือกลงทุน ตอนนี้มีหลายคนที่ทำงานประจำไปด้วย แต่ลงทุนในหุ้นไปด้วย ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมที่ดี แต่การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงหมด ดังนั้นก่อนที่จะลงทุนไม่ว่าจะเป็นการลงทุนประเภทใดต้องศึกษาให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นจากที่จะได้เงินงอกเงยขึ้นมา เงินนั้นอาจจะหายวับไปกับตาก็ได้  
ทั้งหมดเป็นไอเดียที่จะทำให้คนทั่วไปขึ้นมาเป็นเศรษฐีได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจ และความมุ่งมั่น ซึ่งจะเป็นหลักสำคัญผลักดันให้เราไปถึงจุดหมายที่เราต้องการได้

ทำอย่างไรให้รวย กับนิสัย 7 อย่างทำให้คุณรวยแน่นอน

ทำอย่างไรให้รวย กับนิสัย 7 อย่างทำให้คุณรวยแน่นอน

คนเราจะเป็นเศรษฐีได้ ไม่ได้อยู่ที่เก่งเรื่องการหาเงินเพียงอย่างเดียว เพราะว่าจะหาเงินมาได้เท่าไหร่หากมีนิสัยการบริหารเงินที่ไม่ดี มีเงินเท่าไหร่ก็เก็บเอาไว้ไม่ได้ สิ่งสำคัญคือการมีนิสัยการสร้าง และ การบริหารเงินที่ดีด้วย ถึงจะเรียกว่าเป็นเศรษฐีอย่างแท้จริง แต่ว่าจะต้องทำยังไงให้รวยล่ะ?
ความร่ำรวยไม่ได้มาจากโชค หรือ โอกาส แต่มาจากนิสัยการบริหารเงิน นิสัยบางอย่างที่เราทำทุกๆวัน ทำซ้ำๆ ทำวันละนิด แต่ทำตลอด วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่านิสัย 7 อย่างที่จะทำให้คนเป็นเศรษฐีนั้นมีอะไรบ้าง

1. ตั้งเป้าหมาย

ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือเราจะต้องมีเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงเสียก่อน ถ้าไม่มีเป้าหมายแล้วจะวางแผนการเดินทางได้ยังไง ถูกมั้ย เป้าหมายการสร้างความร่ำรวยก็เหมือนกัน คนที่ร่ำรวยไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต่เป็นการที่คนเหล่านั้นมีเป้าหมายชัดเจน และสามารถวัดผลได้ เช่น ฉันจะต้องมีเงิน 5 ล้านใน 10 ปีข้างหน้า โดยการสร้างรายได้จากธุรกิจ… (รูปแบบธุรกิจที่คุณทำอยู่ หรือ กำลังจะทำ) หรือ จากการออมเงินไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามคุณจะต้องประกาศให้ตัวเองรับรู้ และ หมั่นย้ำในคำประกาศของคุณเพื่อเตือนตัวเองถึงเป้าหมายอยู่เป็นประจำ
ตั้งเป้าหมาย

2. ตอกย้ำเป้าหมายทุกวัน

เมื่อคุณได้ตั้งเป้าหมายแล้ว สิ่งต่อมาที่สำคัญไม่แพ้กัน คือความมุ่งมั่น คุณจะต้องใช้พลังทั้งหมดของคุณ ทำทุกสิ่งที่คุณจำเป็นจะต้องทำ เพื่อที่จะไปให้ใกล้เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ เตือนตัวเองอยู่เสมอด้วยการสำรวจตัวเองว่าวันนี้คุณทำอะไรไปแล้วบ้าง แล้วสิ่งที่ทำไป ช่วยให้คุณเข้าใกล้เป้าหมายหรือไม่ ถ้าสิ่งที่ทำไม่ได้ช่วยให้คุณเข้าใกล้เป้าหมายกว่าเดิม แล้วคุณยังทำอยู่ทำไม?
คนเป็นเศรษฐี คิดถึงเป้าหมายตลอดเวลา ทุกนาที ทุกชั่วโมง ทุกวินาที ไม่ใช่ทุกอาทิตย์ หรือ ทุกเดือน
ตอกย้ำเป้าหมายกับตัวเองทุกวัน

3. ใช้เงินให้น้อยกว่าที่หาได้

อีกนิสัยที่สำคัญสำหรับการเป็นเศรษฐี คือ การใช้เงินน้อยกว่าที่หามาได้ คิดง่าย หามาได้เท่าไหร่ใช้เท่านั้น แล้วทำยังไงก็ไม่มีเงินเหลือนะ ดังนั้นสิ่งสำคัญก็คือการมีวินัยในการออมเงินนั่นเอง ไม่ใช่ว่าได้เงินมาเท่าไหร่ก็หน้าใหญ่ทันที อะไรจำเป็นก็ซื้อ อะไรแค่อยากได้แต่ไม่จำเป็น ก็ไม่ต้องซื้อก็ได้ อาจจะใช้ระบบเดินดูไปก่อน อย่ามือไวรูดปื้ดรูดปื้ด เงินที่อุตส่าห์หามาได้อย่างลำบากยากเย็นจะได้ไม่หมดไปเพราะมือไวใจเร็ว
ใช้เงินน้อยกว่าที่หามาได้

4. สร้างคุณค่า

คนที่เป็นเศรษฐีส่วนใหญ่จะสร้างคุณค่าในการทำงานได้มากกว่าคนทั่วไปถึง 2-3 เท่า ซึ่งนี้เกิดขึ้นมาจากการใส่ใจในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานที่เล็กน้อยเพียงไหนก็ตามแต่ว่าหากคุณเห็นคุณค่าในงานชิ้นนั้น ไหนๆจะทำแล้วก็ต้องทำให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนั้น พวกเขาก็ยังเลือกสร้างคุณค่าในตัวเองด้วยการลงทุนค้นหา ค้นคว้าหาความรู้ตลอดเวลาอีกด้วย
สร้างคุณค่า

5. ไม่ท้อแท้

แต่ละคนต่างก็มีวันดี และ วันร้ายกันทั้งนั้น สิ่งสำคัญคือการที่เราไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคทั้งหมดทั้งมวล ความผิดพลาดเป็นบทเรียน ไม่มีใครประสบความสำเร็จได้โดยที่ไม่เคยทำอะไรผิดพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่สิ่งที่คนจะเป็นเศรษฐีถามตัวเองเมื่อมีสิ่งที่ผิดพลาดเกิดขึ้น คือ เราได้เรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดนี้บ้าง เมื่อได้คำตอบแล้ว ได้บทเรียนแล้วก็แค่อย่าทำพลาดอีก ยืดอกแล้วเดินต่อไป มุ่งไปที่เป้าหมายต่อไป อย่าให้อะไรมาหยุดยิ้งเรา
ไม่ท้อแท้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

6. ความเสี่ยง

เศรษฐีส่วนใหญ่จะกล้าทำอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่นๆ จนบางทีดูเหมือนคนบ้า ดูอย่างนาย สตีฟ จ๊อบส์สิ เหมือนใครซะทีไหน โดนไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองก่อตั้งขึ้นมา แล้วก็โดนจ้างกลับมาทำงานใหม่ แล้วก็ทำให้แอปเปิ้ลได้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ได้อย่างทุกวันนี้ ทำให้เราเห็นว่าความสำเร็จที่ได้จากความกล้าบ้าบินนั้นจริงๆแล้วถ้าเกิดจากความเข้าใจที่ถ่องแท้ ความเสี่ยงที่มีก็จะแตกต่างกันไปนั่นเอง เพราะว่าเขาเข้าใจความเสี่ยง ทำให้มองเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุน ต้นทุน และ ความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น ถ้าความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ก็ลงมือทำ แม้ว่าจะดูกล้าบ้าบินขนาดไหนก็ตาม
เข้าใจความเสี่ยง

7. ไม่เห็นแก่ตัว

คนมากมายสมัยนี้ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคนที่เป็นเศรษฐี เพราะหลายคนคิดว่าคนที่เป็นเศรษฐีได้นั้นจะต้องเอาเปรียบคนอื่น ทำนาบนหลังคน เห็นแก่ตัว ถึงทำให้เขาได้มาถึงจุดที่ตัวเองอยู่ได้นั่นเอง แต่จริงๆแล้วคนเป็นเศรษฐีได้นั้น จะต้องสร้างเนื้อสร้างตัวมาตั้งแต่ต้นอย่างเหน็ดเหนื่อย ยากลำบาก พอได้มาถึงจุดที่ตัวเองเป็นเศรษฐีแล้ว คนๆนั้นมักจะเห็นคุณค่าในการสร้างผลประโยชน์ให้คนอื่น เห็นความสำคัญในการสร้างคุณค่าให้คนอื่นๆเป็นจำนวนมาก ไม่ได้เป็นคนเห็นแก่ตัว แต่แค่ไม่ยอมให้คนอื่นเอาเปรียบ และ มักจะเป็นคนใจกว้าง เปิดใจฟังคนอื่นเสมอ และเชื่อในการคืนผลประโยชน์ให้กับสังคม ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อคิด แบ่งปันแนวคิด ผลิตภัณฑ์ หรือ ทรัพยากรอื่นๆที่มีเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น
คืนคุณค่าให้แก่สังคม

ดูอย่างกรณีของ นายริชาร์ด แบรนสัน กับสเตซี่ เฟอเรร่า สาววัย 20 กำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ แล้วมีไอเดียธุรกิจชื่อ MySocialCloud ที่เธอทำกับพี่ชาย ไปเห็นข้อความทวิตเตอร็ของนายริชาร์ดแบรนสัน แล้วคว้าโอกาสเอาไว้จนได้พบปะพูดคุยกันเรื่องธุรกิจ และสุดท้ายก็ได้รับทุนในจำนวนที่ไม่ประกาศตัวเลขเพื่อทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อในที่สุด เพียงแค่ข้อความสั้นๆ ข้อความเดียว นี่เป็นบทเรียนสอนให้รู้ว่า การรู้จักไขว่คว้าโอกาสกับทิศนคติที่ถูกต้องนั้น เป็นสิ่งสำคัญต่อเส้นทางการเป็นเศรษฐีของคุณ
ที่สุดแล้ว การสร้างนิสัยที่ดี เกิดขึ้นได้จากการฝึกฝน เริ่มทีละน้อย แต่ทำทุกวัน ดังนั้นหากต้องการเป็นเศรษฐี มาเริ่มต้นสร้างนิสัยใหม่ๆกันวันนี้เลยดีกว่า
แล้วคุณค่ะ วันนี้คุณมีข้อแนะนำเกี่ยวกับการสร้างความมั่งคั่งอะไรบ้าง? แบ่งปันกับเราข้างล่างได้เลย
ทำอย่างไรให้รวย กับนิสัย 7 อย่างทำให้คุณรวยแน่นอน
Designed by Freepik

10 วิธีที่ทำให้รวยเร็วที่สุด ( VERSION ENG )

10 วิธีที่ทำให้รวยเร็วที่สุด ( VERSION ENG )
1. Invest - Start young. In fact start while you are in elementary school, kindergarten is even better. It’s the beauty of compound interest and over time your money will grow into a nice nest egg. Okay if you are reading this you are probably too old to start in elementary school but you can get your kids hooked. As for you the best plan of defense is to invest 50% of your salary in a high risk market fund or the penny stock market. You’ve got a 50-50 chance. You’ll either make a million or be broke in 90 days.

2. Marry Rich - Now how difficult can this be? All you need to do is find someone who has loads of money and marry them. Okay I didn’t say you’d be happy just rich. Perhaps not a solution for most of us but it apparently works for a few.

3. Win The Lottery - Ya ya I know the odds of getting struck by lightening are better than the odds of winning the lottery but you can’t win if you don’t try and it’s one of the few ways I know of that you can get rich fast.

4. Rich Parents - If you come from a wealthy family then you are half way there. All you have to do is stay in their good books and convince mom and dad to not spend their money and leave it to you when they pass. After all why should your parents get to enjoy the wealth they reaped?

5. Get An Education - Go to school for lots of years, accumulate plenty of debt, and choose a career that pays big bucks. After about 10 years in your profession you should be rolling in the dough and you might even be filthy rich before you get old

6. Become A Star - Heck if Jennifer Aniston or Nicolas Cage can do it why can’t you. A couple of acting lessons and you should be set. All you need to do is head to Hollywood and strike it big. One good movie and you’ll be set for life.

7. Invest In Real Estate - Buy high sell low – whoops I think I got that backwards. Buy low, wait 10 years, 20 years, maybe even 30 years but inflation will have your investment growing by leaps and bounds and you could be filthy rich especially if you bought in an up and coming city while house prices were still low. Now if you bought in Hicksville USA you may have a problem. It might take more than your lifetime to see any dramatic increases. Oh well you can leave it to your kids who can leave it to their kids and in another 100 years or so someone’s going to be sitting pretty.

8. The Internet Way - Heck where have you been. A quick search on the Web will reveal plenty of sites that will teach you how to make $50,000 a day. Now I think most of us could live quite comfortably on that don’t you? All you need to do is part with about $500 and they’ll tell you the secrets of wealth in one page or less. If the first one doesn’t do it for you perhaps you might want to try a few more. Oh wait a minute. Perhaps what you need to do is set up one of these sights, then you’ll be the one getting rich off the other poor fools that part with their $500.

9. Bank Robbery - Okay highly illegal and could land you a lifetime in the slammer but desperate needs require desperate measures. After all if you get caught you might not be rich but you’ll have free room and board for the rest of your life and then you could write a book about what not to do when robbing a bank and well see you could get rich from your book. And even better, you’ll stay rich because there is really no place to spend it while in jail.

10. High Risk Work - Take on those high risk jobs no one else wants. You know counselor in Iraq, bean counter in Afghanistan, Oil tycoon in Iran. But hey if you live through it you’ll be rolling in the dough. What does it matter that 99% never live through it. You’ve got a 1% chance and when it comes to getting rich those are pretty good odds.
สำหรับหญิงคิดว่า......1 ล้านต่อปี ง่ายมว๊ากกก ( อย่า อยู่ อย่าง อยาก...ชีวิตเรา ใช้ซะ !! )
1. เป็นเจ้าของกิจการ เพราะทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย เป็นลูกจ้างทำมากน้อยก็ได้เท่าเดิม -_-"
2. ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ทองคำ หุ้น อีก 5 ปีกำไรเห็นๆ
3. โอกาสดีๆ ไม่ได้มีมาบ่อยๆ อะไรกำลังอินเทรนด์ จัดเต็ม โกยยยย 
4. ซักถามผู้ที่ประสบความสำเร็จ ( การลงทุนที่ต่ำ ที่สุด )
5. รู้จักให้ เพราะ....ยิ่งให้ ยิ่งได้นะจ๊ะ ^___^

วิธีเป็นเศรษฐีเงินล้าน 

         “เงินไม่ใช่พระเจ้า  แต่เงินก็สามารถซื้อทุกอย่างที่พระเจ้าสร้างไว้บนผืนพิภพแห่งนี้”

         พูดอย่างนี้ มิได้มีเจตนาบูชาเงินเป็นสรณะ แต่ถ้าคุณคิดว่าตนเองเป็นคนดี  ถามว่า เงินถ้าอยู่กับคนดีๆ มีอะไรเสียหายไหม วันหนึ่งคุณเกิดมีเหตุจำเป็นต้องใช้ หรือ อยากช่วยใครสักคน แล้วมีเงินอยู่ในมือที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือ ถามว่าดีไหม

         เพียงแต่ว่า เงินก้อนนั้น ต้องได้มาด้วยวิธีที่ถูกกฎหมาย ไม่ผิดศีลธรรม ไม่ผิดจริยธรรม ไม่ไปเบียดเบียนใคร    เรามักจะพูดกันว่า ถ้ามีเงินเป็นล้านจะเป็นเศรษฐี ถามจริงๆว่า ถ้ามีเงินเพียง 1 ล้านบาท นับเป็นเศรษฐีได้จริงๆหรือ เดี๋ยวนี้ 1 ล้านบาทไม่พอซื้อบ้าน , ไม่พอซื้อรถยี่ห้อแพงๆ, ไม่พอรักษาโรคร้ายแรง เงิน 1 ล้านบาทแทบทำอะไรไม่ได้เลย

           ในบทความนี้ จึงตั้งสมมติฐานว่า เศรษฐีควรจะมีเงินเก็บสัก 10 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อจะได้อยู่อย่างสบายๆหลังเกษียณอายุ   แล้วจะมีวิธีอะไรที่ทำให้หาเงินได้ 10 ล้านบาทโดยไม่ได้ไปจี้ไปปล้นใครมา

          1.เป็นเจ้าของกิจการ
          ใครๆก็รู้ว่า เป็นเถ้าแก่ จะได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่สถิติพบว่าธุรกิจเปิดใหม่ จะล้มหายตายจากไปในปีที่สองถึง 70% และจะอยู่อย่างยั่งยืนเกิน 10 ปี ได้เพียง 3-5% เท่านั้น แต่ผู้คนทั่วโลกก็ดูเหมือนจะมุ่งหน้าสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจกันไม่เว้นแต่ละวัน อย่างน้อยก็ขอลองสักตั้ง  ไม่ว่าจะเสี่ยงเพียงใด มาดูว่าเจ้าของธุรกิจ ทำเงินกันอย่างไร

          สูตรที่มักจะใช้อธิบายกำไรของเจ้าของธุรกิจคือ
          ยอดขาย - ต้นทุนคงที่ - ต้นทุนแปรผัน = กำไร

          เพื่อทำให้เห็นภาพ ขอยกตัวอย่างเช่นธุรกิจหนึ่งหากมี ยอดขายต่อเดือนที่ 1 ล้านบาท จะมีต้นทุนคงที่ 800,000 บาท ต้นทุนแปรผัน 200,000 บาท ดังนั้น หากเจ้าของธุรกิจจะมีกำไรเขาต้องผลักดันยอดขายให้สูงกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน ถ้ายอดขายต่ำกว่า  1 ล้านบาทจะขาดทุนทันที เช่น ถ้ายอดขาย 1,500,000 บาท ต้นทุนคงที่เท่ากับ 800,000 บาทคงเดิม ต้นทุนแปรผันจะขึ้นมาเป็น 1.5เท่าของเดิมซึ่งเท่ากับ 300,000 บาท  เดือนนั้นจะกำไร 1,500,000 - 1,100,000 = 400,000 บาท

          แต่ถ้า ยอดขายเป็น 3,000,000 บาท ต้นทุนคงที่เท่ากับ 800,000 บาท ต้นทุนแปรผันจะขึ้นมาเป็น 3 เท่าซึ่งเท่ากับ 600,000 บาท   เดือนนั้นจะมีกำไรเท่ากับ 3,000,000 บาท - 1,400,000 = 1,600,000บาท

          ในทำนองกลับกัน ถ้ายอดขายตกลงมาเหลือ 500,000 บาทต้นทุนคงที่ยังคงเท่ากับ 800,000 บาท ต้นทุนแปรผันอาจลดลงครึ่งหนึ่งของเดิมเท่ากับ 100,000 บาท เดือนนั้นจะมียอดขาดทุนเท่ากับ500,000 - 900,000  = -400,000 บาท

           ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวเลขสมมติคร่าวๆเพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ซึ่งในชีวิตจริงจะซับซ้อนกว่านี้ และแต่ละธุรกิจก็มีสัดส่วนของตัวเลขต้นทุนคงที่และต้นทุนแปรผันแตกต่างกันไป แต่ก็ทำให้เราเข้าใจว่า การเป็นเจ้าของธุรกิจนั้น รวยเร็ว และ เจ๊งเร็ว  พอๆกัน ขึ้นกับฝีมือ ขึ้นกับความต้องการของตลาด ขึ้นกับปัจจัยหลายๆอย่าง

          หากสร้างธุรกิจได้ประสบความสำเร็จแล้ว ก็จะร่ำรวยเงินไหลมาเทมา โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เงินสด 10 ล้านบาท จึงเป็นเรื่องเล็กๆสำหรับเถ้าแก่เหล่านี้

          ปัจจุบันพบว่า มีเถ้าแก่หัวหมอที่ต้องการรวยลัดยิ่งๆขึ้น เขาใช้วิธีสร้างธุรกิจแล้วขายต่อทำกำไร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งขายในตลาดหลักทรัพย์ เพราะได้สิทธิไม่ต้องเสียภาษีส่วนกำไร  ถ้าสร้างธุรกิจมาด้วยน้ำพักน้ำแรงจนมั่นคงแล้วขายต่อ  คงจะไม่มีใครว่าอะไร เพราะอยู่ในกรอบอยู่ในเกณฑ์

          แต่ถ้าใช้วิธีสร้างข่าวสร้างภาพให้หุ้นตัวเอง ด้วยการเทคโอเวอร์ , ขอสัมปทาน ,ปั้นสารพัดโปรเจค์ขึ้นมาขายฝันแล้วขายออก   เป็นเรื่องที่น่าชิงชังอย่างยิ่ง

           คนขายรับเงินล่วงหน้าในอนาคตของประมาณการ ยอดขาย สิทธิสัมปทาน และ ค่านิยม  (GOOD WILL) ต่างๆที่ตอบสนองไปในราคาหุ้นเรียบร้อยแล้ว ปล่อยให้คนซื้อไปรับความเสี่ยงแทนว่ารายได้ในอนาคตจะได้ตามที่นักวิเคราะห์ขายฝันให้หรือเปล่า

            2.เป็นผู้บริหารระดับสูง
             สมัยก่อน พวกเถ้าแก่มักจะพูดสอนลูกหลานว่า  เวลาเรียน ไม่ต้องเรียนสูงนัก พอให้จบปริญญาตรีแล้วมาทำการค้าจะร่ำรวยกว่า พวกที่เรียนสูงจนจบด๊อกเตอร์ สุดท้ายก็ไปเป็นลูกน้อง รับจ้างบริหารให้พวกเถ้าแก่ รับเงินเดือน 80,000 - 100,000 บาท แต่ไม่รวย

            สมัยนี้ เราดูถูกนักบริหารมืออาชีพไม่ได้เสียแล้ว หากมีฝีมือจริง สามารถสร้างผลงานจนได้รับความไว้ใจจากเถ้าแก่หรือผู้ถือหุ้น จนขึ้นไปเป็นเบอร์หนึ่ง เบอร์สองของบริษัทแล้ว  เขาจะสามารถทำรายได้ปีละ 5-10 ล้านบาทได้อย่างสบายๆ

           รายได้ขนาดนี้มาได้อย่างไร
           บริษัทใหญ่ๆระดับประเทศ  การที่ผู้บริหารสูงสุดจะมีเงินเดือนๆละ 200,000 - 500,000 บาท ไม่ใช่เรื่องแปลก  และยิ่งถ้าได้เป็นกรรมการบอร์ดของบริษัทในเครืออีกสัก 4-5 แห่ง รับเบี้ยประชุมเพิ่มอีกแห่งละ 300,000 - 1,000,000 บาทต่อปีก็มีให้เห็นมากมาย

           บางบริษัทใช้วิธีตั้งโบนัสหรือส่วนแบ่งกำไรตามยอดขาย หากว่าทำได้ตามเป้าที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี  ช่วงเศรษฐกิจรุ่งเรือง บริษัทใหญ่ๆต่างสร้างสถิติยอดขายใหม่สูงสุด ทำให้ผู้บริหารร่ำรวยไปตามๆกันหลายคนได้โบนัสถึง 3-5 ล้านบาท โดยไม่คาดฝัน

           อีกช่องทางที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้ผู้บริหารคือ (ESOP / EMPLOYEESTOCK OPTIONPLAN) ที่กรรมการบริษัทมักจะลงมติมอบสิทธิในการซื้อหุ้นให้กับผู้บริหารและพนักงานบริษัท เพื่อจูงใจให้เร่งสร้างกำไร   ปรากฏว่า หุ้นเหล่านี้ส่วนใหญ่กว่า 70% มักมอบให้กับผู้บริหาร 5-6 คนแรกของบริษัท บางคนได้สิทธิจองซื้อถึง 10 ล้านหุ้น

           ลองนึกภาพดูว่า หากสามารถผลักดันกำไรจนทำให้หุ้นวิ่งขึ้นไปเหนือราคาสิทธิ 5-6 บาทต่อหุ้น เขาจะมีกำไรคนละ 50-60 ล้านบาททีเดียว นักบริหารมืออาชีพจึงเป็นกลุ่มคนที่มองข้ามไม่ได้

           3.เป็นนักขายตรง
            คนไทยมักรังเกียจอาชีพงานขาย ดูถูกว่าต่ำต้อย ขณะที่ฝรั่งเขามองว่าเป็นงานที่ใช้ทักษะและใช้ความสามารถสูง เราจึงพบว่า ผู้บริหารของบริษัทฝรั่งหลายคนมักมีพื้นฐานมาจากขาย หรือ อยู่ฝ่ายขายมาก่อน

             งานขายตรง ไม่ว่าประกันชีวิต เครื่องสำอางค์หรือยาชูกำลังสารพัด มักได้ค่านายหน้าประมาณ 30%ไม่ว่าจะเป็นการขายครั้งแรกหรือเมื่อขายซ้ำ   ยกเว้นงานขายประกันชีวิตที่จะได้มากในปีแรก

             ส่วนผู้บริหารทีมงานจะได้ค่าบริหารประมาณ 30%ของค่านายหน้าของลูกทีมซึ่งน่าจะตกประมาณ 10%ของยอดขายสินค้ารวม ลองนึกภาพดูว่า ถ้าทีมงานขายนั้นสร้างยอดขายต่อปีได้ถึง 100 ล้านบาท ผู้บริหารทีมงานก็จะมีรายได้ถึง 10 ล้านบาทต่อปีทีเดียว หรือตัวนักขายเองหากขยันพบลูกค้า จะสามารถทำยอดขายได้ 10 ล้านบาทต่อปี เขาก็สามารถมีรายได้ 3 ล้านบาทต่อปีได้เช่นกัน

            4.เป็นนักวิชาชีพผู้ประสบความสำเร็จ
            เราคงเคยได้ยิน เรื่องแพทย์เฉพาะทาง ,ทนายความผู้เชี่ยวชาญ ,สถาปนิกผู้โด่งดัง ที่สามารถทำเงินได้ปีละ 5-10 ล้านบาท บางคนสามารถเรียกค่าปรึกษาเป็นนาที ตั้งราคาได้ตามที่ตนเองพอใจ คนเหล่านี้ย่อมเป็นเศรษฐีได้ตามปรารถนา

             5.เป็นนักลงทุนผู้ชาญฉลาด
             ถึงแม้เราจะเป็นคนธรรมดา มีอาชีพแค่เป็นลูกจ้าง เป็นคนกินเงินเดือน เราก็สามารถเป็นเศรษฐีได้เหมือนกันถ้าเราเก็บเงินเก่ง  รู้จักช่องทางลงทุน และลงทุนได้อย่างชาญฉลาด สมมติว่าเราเก็บเงินได้เดือนละ10,000 บาท ปีละ 120,000 บาทเก็บได้ทุกปีอย่างต่อเนื่อง แล้วเรานำเงินนี้ไปลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ หรือกองทุนรวมชนิดต่างๆ หากคุณสามารถทำกำไรได้เฉลี่ยปีละ 15 % ผ่านไป 20 ปีเงินของคุณจะงอกเงยมาเป็น 14 ล้านบาท

             แต่ถ้าคุณสามารถลงทุนให้ได้ผลตอบแทนถึงปีละ 20 % อีก 20ปีข้างหน้า เงินของคุณจะกลายเป็นเงิน 27 ล้านบาท  ถึงตอนนั้น คุณก็ได้ชื่อว่าเป็นเศรษฐีเหมือนกับเขา

            ที่เล่ามา เป็นกลุ่มหลักๆที่พอจะประมวลมาได้ว่า  เป็นช่องทางที่คนทั่วไปจะมาดมั่นขึ้นมาเป็นเศรษฐีได้ ขณะที่บางอาชีพทำให้ตาย ขยันอย่างไร ก็ไม่มีทางรวย แต่ คุณเห็นด้วยกับผมไหมว่า ทุกกลุ่มที่พูดมาทั้งหมดมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ต้องขยันมุ่งมั่นและอดทนอย่างถึงที่สุด จึงจะบรรลุความสำเร็จ

            ว่าแต่ว่า คุณมีคุณสมบัตินี้แล้วหรือยัง ถ้ามี เงินล้าน เงินสิบล้าน ก็รอเป็นรางวัลชีวิตให้คุณเหมือนกัน

10 แนวคิดกำหนดชีวิตเพื่อสร้างอนาคต


10 แนวคิดกำหนดชีวิตเพื่อสร้างอนาคต

 
  1. อนาคตเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนนั่นคืออดีตที่ผ่านมาต่างหาก เราควรเรียนรู้จากสิ่งที่เคยผิดพลาด ล้มเหลว และความพ่ายแพ้ของตัวเองเพื่อไม่ให้กลับไปทำอีก
  2. ความสำเร็จไม่ต้องจดจำมัน เพราะมันคือความไม่แน่นอน เราควรสร้างให้มันประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นไปอีก ความสำเร็จในแต่ละขั้นตอนเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเราได้มาถูกทาง และควรจะพัฒนาให้ดีต่อไปขึ้นเรื่อยๆ
  3. ในทุกๆ ความสำเร็จนั้นมีความผิดพลาด และล้มเหลวเป็นส่วนประกอบมาแล้วทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นอย่ากลัวความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นจากการลงมือทำ
  4. เราทุกคนล้วนได้อยู่ในโซนของความสบาย หรือความเคยชินหรือ ที่เรียกว่า comfort zone ซึ่งเป็นโซนอันตรายต่อความสำเร็จ มันเป็นกับดักที่ทำให้เราเกิดความกลัวที่ก้าวต่อไป หรือพัฒนาต่อ เราควรมุ่งไปอยู่พื้นที่แห่งการเรียนรู้ เพื่อหาแนวคิดและมุมมองใหม่ใหม่ให้กับชีวิต
  5. ถ้าเรายังทำงานประจำอยู่ แต่คุณอยากเก่งขึ้นหรือมีรายได้เพิ่มขึ้น จำเป็นจะต้องยอมทำงานในสิ่งที่คนอื่นไม่อยากทำ หรือทำสองอย่างในช่วงเวลาเดียวกัน หลายคืนถือว่าเป็นเรื่องที่สาหัสสากรรจ์มาก แต่นั่นคือโอกาสที่จะสร้างรายได้และทำให้ประสบความสำเร็จ
  6. ความอดทน และรอคอยความสำเร็จ เป็นคุณสมบัติพื้นฐานเพราะว่าไม่มีสิ่งใดที่สามารถได้มาง่ายๆ หากปราศจากการอดทน เมื่อได้เริ่มลงมือทำไปแล้ว
  7. แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ยังต้องมีการอัพเดทเวอร์ชั่นให้ใหม่อยู่เสมอ ดังนั้นคนเราจึงต้องคิดหาความรู้ใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในเรื่อยๆ ตราบใดที่โลกยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
  8. การเริ่มต้นใหม่ให้ชีวิตต้องหาแนวคิด และการพัฒนาตัวเองได้ความรู้ใหม่ๆ เพราะเราไม่สามารถหาคำตอบได้ไหมได้จากโจทย์เดิมๆ
  9. ตราบใดที่ยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ มีสิ่งใหม่ๆใหม่ที่เกิดขึ้น การยึดติดกับแบรนด์และองค์กรก็จะน้อยลงเรื่อยๆ เราควรพร้อมที่จะก้าวเข้าหาหาสิ่งดีกว่า
  10. สมัยนี้คนเราส่วนใหญ่มักนิยมคำว่า "รวยด่วน" งานยากๆ คนส่วนใหญ่มักจะเมินและไม่อยากทำ หากเรายอมทำงานยากเหล่านั้น ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นเป็นรางวัลที่ได้กลับคืนมา

pokeramลงทุนกับเว็บเล่นโปรกเกอร์ด้วยหุ้นยนต์robot

pokeramฟรีเงินทดลอง1000$

pokeramเว็บลงทุนของต่างประเทศรูปแบบ ของเว็บเป็นการร่วมกันพัฒนาrobotซอพแวร์เพื่อเขาเล่น poker (เล่นไพ่ออนไลน์แต่ไม่ได้หมายถึง ให้คุณไปเล่น) แล้วใช้หุ้นยนต์ซอพแวร์ที่ฉลาดที่เรียกกันว่า โป๊กเกอร์ Automatics  เข้าเล่นแทน จริงทำไห้สร้างรายได้ แบบง่ายๆ คือคุณไม่ต้องเสี่ยงที่จะสูญเสีย เงิน และไม่ต้องเล่น poker เป็น เหมือนกับ ว่าถ้าผู้เล่น poker ทั่วไป จะมีโชค90%ความสามารถหรือทักษะ10% และความโลภ ขาดประสบการณ์และทักษะที่จำเป็น- โลภ- อารมณ์- ความเมื่อยล้า- ความรัก(และ95%ที่เสียส่วนมากคือ ขาดประสบการณ์และทักษะที่จำเป็น- โลภ- อารมณ์- ความเมื่อยล้า- ความรัก) ทำไห้ มีโอกาสเสีย อยู่แล้วแต่ โป๊กเกอร์ Automatics มีความสามารถในการเล่นpoker ถึง90%(เพราะเป็นโปรแกรมที่พัฒนามา) และไม่มีความโลภ ความเหนื่อยล้า ไม่มีการง่วงนอน ไม่มีอารมณ์ ความรัก จริงเขาเล่นได้ดีกว่าคนปรกติ
และผู้เล่นที่มีโอกาสได้มี2พวก คือ
1.เล่นได้เพราะโชคดี (ไม่โชคดีเสมอไป)
2.เล่นได้เพราะมีประสบการณ์และชำนาณในการเล่น (อันนี้สู้ โป๊กเกอร์ Automatics ไม่ได้เพราะมันเป็นโปรแกรม ที่สร้างมาเพื่อเล่นpoker โดยเฉพาะ)
และผู้เล่น ที่โชคดีแต่ไม่มีเงินทุนก้อจบ เพราะไพ่ใบต่อไปอาจทำไห้ เขาหมดหน้าตัก
 และ โป๊กเกอร์ Automaticscs เป็นหุ่นยนต์ที่ไม่มีการแทรกแซงของมนุษย์
บางเว็บสร้างซอพแวร์พวก เล่น ด้วยโปกเกอร์ด้วย หุ้นยนต์หลายเว็บหุ้นยนต์ แต่ มันก้อเสี่ยงในการติดตั้งหรือไม่เข้าใจ ทำไห้อาจเสียเงินฟรีๆก้อได้ หรือถูกบล็อกได้ง่ายได้ และมีราคาแพงมากๆ
แต่ ที่นี่ 24/7 กับโป๊กเกอร์ Automatics เปิดมาแล้ว3ปี มันสามารถคำนวน ฝ่ายตรงข้ามได้
คุณสามารถสมัคร โดยไม่ต้องทำไรทั้งนั้น แค่ฝากเงินแล้วรับ % จากเว็บ และเว็บนี้ยัง มีเงินไห้ทดลองเล่นก่อน 1000$(เงินทดลองเบิกไม่ได้นะ)

และpokeram ได้ใช้บอทอัติโนมัติเล่นที่ไหนบาง
บอทของเขาเล่นที่ นี่
888 Poker, Revolution Gaming Network, PartyPoker, PokerStars, Microgaming Network, Winning Poker Network, Ongame Network, iPoker Network, Merge Gaming Network.

คุณจะรับรายได้ เมื่อลงทุนกับเขา

การฝากและการชำละเงิน
Bitcoin, Perfect Money, Payeer (BankWire, VISA/MC, Liqpay, W1), EgoPay, SolidTrustPay, NixMoney, OKPAY, Yandex.Money, Webmoney, QIW

ชมวีดีโอ

เยียมชมเว็บหรือสมัครสมาชิก pokeram เพื่อรับเงินทดลอง1000$

วิธีสมัคร pokeram 


1.คลิ็กที่ account registration ตรงสิส้ม ขวามือบน
2.ใส่ชื่อที่จะใช้ล็อคอิน
3.ใส่อีเมลล์ของคุณ
4.ใส่รหัสพ่านที่จะใช้
5.ใส่รหัสพ่านอีกครั้ง
6.ถ้ามีอยู่แล้วไม่ต้องใส่ ถ้าไม่มีไห้ใส่ trirong999
7.ติ็กหน้าช่อง i accept
8.คลิ็ก crete anaccount
เป็นอันเสร็จ เว็บจะส่งข้อมูลผู้้ใช้ และรหัสพ่านมาไห้คุณ

การใช้งาน pokeram 

(ไห้ใช้แปลภาษาก้อจะง่ายขึ้นนะ)
เมื่อล็อคอินเข้ามาแล้วจะเห็นว่าเว็บไห้เงินทดลอง1000$มาไห้เราใช้เพื่อรู้หลักเครื่องมือต่าง เพื่อซ้อมเล่นก่อน
การเล่นก้อไม่ได้ มีอะไรมาก แค่จัดแจงเงินลงทุน
การเล่นง่ายๆด้วยเงินปลอมของเราก่อน 

1.คือลิงค์สำหรับเรานำไปแนะนำเพื่อน หรือติดเว็บใซต์เพื่อได้ค่าตอบแทนหรือ%

2.add funds คือ การฝากเงิน(คือคุณพร้อมก่อนค่อยมาจุดนี้)ทำการฝากเงิน คือเลือกบัญชีชำระเงินที่เรามีอยู่เพื่อส่งเงินมาลงทุน โดย เลือกบัญชีและจำนวนเงิน

3. create a deposit คือ การจัดเลือกลงทุน คือคลิ็กตัวนี้ถ้าเรายังไม่ได้ฝากเงินเราก้อจะมีเฉพาะบัญชีทดลองเล่น(1000$) 

vlrtual account คือเงินทดลอง
amount คือจำนวนเงิน
deposit laver คือ ระดับการลงทุน เช่น
laver 1 คือ ลงทุน$30-299 คุณจะได้กำไล40% เมื่อถึงเวลา30วัน คุณถึงจะถอนเงินต้น30$ได้
คุณก้อลองคลิ็กใส่เงินทดลองดู เช่น amount ใส่ 30 (สมุมุติเราลงทุน30$) คลิ็กdeposit laver1 คลิ็กok
จากนั้นเว็บ จะขึ้นยืนยันอย่างนี้ active

4.cashout กดถอนเงิน คลิ็ก account menu(สีส้มขวาบน)ตามด้วย my balance ตามด้วย cashout

laver มีดังนี้ตามจำนวนเงิน


สถานะการทำกำไรจากการลงทุน(กำไล1.01%ต่อวัน) ถอนได้ทุกวัน
ระดับ1ลงทุน 30-299$  40% ของกำไร  ระยะการฝากเงิน 30วัน
ระดับ2ลงทุน300-999$  50% ของกำไล ระยะการฝากเงิน  45วัน
ระดับ3 ลงทุน 1000-2999$  60%ของกำไล ระยะการฝากเงิน  60วัน
(ขอแนะนำแค่3 ระดับพอ เพราะไม่มีเงินขนาดนั้น)

ตัวอย่างการทำรายได้เช่น
ปริมาณของเงินฝากของคุณคือ $ 250 (ระดับ 1)
กำไรวันปัจจุบันเป็น 1% = 2.5 $
ส่วนแบ่งของกำไร 40% (1%) = 0.4%
กำไรวันที่ปัจจุบันของคุณ = $ 1
ค่าใช้จ่าย (23%) = $ 0.57
กองทุนสำรอง (15 %) = $ 0.38
โป๊กเกอร์ Automatics กำไร (22%) = $ 0.55

การถอนเงิน(ถอนพ่านบิทคอยน์ก้อดีนะ)
จำนวนเงินขั้นต่ำสำหรับการลงทุนฝากเงินเป็น 30 เหรียญสหรัฐ (0.1 BTC, 1500 RUB).
จำนวนเงินที่ถอนขั้นต่ำคือ 0.1 $ดอลล่า (0.001 BTC, 500 RUB, 10 WMZ).


    จำนวนเงินสูงสุดไม่ จำกัด


    วิธีการถอนเงินpokeram 

    กดถอนเงิน คลิ็ก account menu(สีส้มขวาบน)ตามด้วย my balance ตามด้วย cashout

    วิธีสมัครetoroฝากเงินถอนเงิน(ถ้าคุฯเก่งคุณจะมีเงินเดือนกิน)

    ขั้นตอนการสมัคร etoro
    ก่อนอื่นคลิ็กสมัครสมาชิกหรือคลิ็กที่แบนเนอร์ที่นี่
    >>>>>  ETORO  <<<<<

    เมื่อคลิ็กเข้ามาแล้วจะได้หน้าแบบนี้

    ใส่userคือชื่อที่จะใช้ล็อคอิน
    ตามด้วยเมลล์ของคุณ
    และรหัสพ่าน
    ตลิ็กยอมรับข้อตกลง
    คลิ็ก ลงชื่อ

    การยืนยันตัว


    คลิ็กที่รายระเอียดที่

    จะมีภาพเด้งขึ้นมา คลิ็กต่อ

    คลิ็กต่อก่อนถ้าคลิ็กไม่ได้ให้ไม่ต้องแปลภาษา(คลิ็กต่อก่อนใส่ชื่อ)
    คลิ็กใส่ชื่อจริงนามสกุลจริงเพสอายุเป็นภาษาอังกฤษ
    คลิ็กที่ลูกศรขวามือ

    อันนี้เป็นการถามว่าคุณเคยมีประสบการณ์เล่นหุ้นมาแค่ไหนติ็กอันไหนก้อได้
    แล้วคลิ็กลูกศรขวาเหมือนเดิม

    เป็นการถามคำถามตามภาพว่าคุณมีความรู้เรื่องหุ้นแค่ไหนก้อติ็กไป
    แล้วกดลูศรขวามือล่างเหมือนเดิม

    ให้คลิ็กที่ สกุลเงินแล้วคลิ็กที่ลูกศรเหมือนเดิม


    คลิ็กที่รูปกลางแล้วคลิ็กที่ ลูกศร

    ความเสี่ยงคลิ็กเลือก20-12%ตามแล้วแต่คุณ

    แล้วตอบคำถามให้หมดจนมา ถึงคลิ็กดำเนินต่อ

    แล้วใส่อยู่เป็นภาษาอังกฏษ และเบอรโทรศัพเช่น
    +66เท่ากับ0 ของบ้านเรา

    จากนั้นคลิ็กส่งข้อความเพื่อยืนยันทางโทรศัพท์
    จะได้เลข รหัสมา5ตัวเพื่อใส่

    ใส่แล้วคลิ็กตรวจสอบ
     จากนั้นจะต้องอัพโหลดเอกสารโดยสแกนหรือ ถ่ายรูปบัตรประชาชนส่งไป